ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คืออะไร มีกี่ประเภท และเกี่ยวข้องอย่างไรกับธุรกิจโรงแรม

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร?

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คือภาษีที่ “ผู้จ่ายเงิน” ต้องหักไว้บางส่วนก่อนจ่ายเงินให้ผู้รับ และนำส่งกรมสรรพากรแทนผู้รับเงิน เพื่อให้รัฐจัดเก็บภาษีได้อย่างต่อเนื่อง และป้องกันการเลี่ยงภาษี

แล้วภาษีหัก ณ ที่จ่ายเกี่ยวข้องกับธุรกิจโรงแรมอย่างไร?

ธุรกิจโรงแรมก็ไม่ต่างจากธุรกิจอื่น เนื่องจากมีการใช้จ่ายทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนพนักงาน ค่าจ้างบุคคลภายนอก หรือการจ้างงานนิติบุคคล ดังนั้น การแบ่งประเภทและยื่น ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 ให้ถูกต้องจึงสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันความผิดพลาดและค่าปรับจากสรรพากร โดย ภ.ง.ด. แต่ละประเภท มีความแตกต่างกัน ดังนี้

  • ภ.ง.ด.1 – ใช้ยื่นเมื่อหักภาษีจาก เงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทนของพนักงาน
    • ตัวอย่าง: โรงแรมหักภาษีจากเงินเดือนพนักงานประจำแผนกต้อนรับ, แม่บ้าน, เชฟ
  • ภ.ง.ด.3 – ใช้ยื่นเมื่อจ่ายเงินให้กับ บุคคลธรรมดาภายนอก ที่ไม่ใช่พนักงานประจำ โดยโรงแรมต้องหักภาษี 3% และนำส่งพร้อมยื่นแบบ ภ.ง.ด.3
    • ตัวอย่าง: โรงแรมจ้างนักดนตรีอิสระ, จ้างช่างภาพมาถ่ายงานอีเวนต์
  • ภ.ง.ด.53 – ใช้ยื่นเมื่อจ่ายเงินให้กับ นิติบุคคล (บริษัท/ห้างหุ้นส่วน) โดยต้องหักภาษี 3% สำหรับงานบริการ หรือ 5% สำหรับค่าเช่า แล้วนำส่งพร้อมแบบ ภ.ง.ด.53
    • ตัวอย่าง: โรงแรมจ้างบริษัทรับเหมามาทำความสะอาด หรือบริษัทให้เช่ารถยนต์

สิ่งที่โรงแรมต้องทำ คืออะไร?

โรงแรม ในฐานะที่เป็น “ผู้จ่ายเงิน” มีหน้าที่ต้องทำการหัก ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ตามลักษณะรายได้ของ “ผู้รับจ้าง” เพื่อนำส่งให้กับกรมสรรพากร โดยสิ่งที่โรงแรมต้องทำ คือ

สำหรับ ภ.ง.ด.1

  • หัก ณ ที่จ่าย เมื่อจ่ายเงินเดือน
  • นำส่งเอกสาร ภ.ง.ด.1 – ให้แก่กรมสรรพากร ภายใน 7 วันหลังสิ้นเดือน ซึ่งประกอบด้วย
  • ใบ ภ.ง.ด.1 – เป็นใบปะหน้าที่ระบุเดือนที่นำส่ง จำนวนพนักงานที่ถูกหักภาษี ยอดรวมของเงินเดือน ยอดรวมของภาษีที่หักไว้ ฯลฯ ตามแบบฟอร์มของสรรพากร
  • ใบแนบ – คือรายละเอียดเงินเดือน และยอดที่หักไว้ของพนักงานแต่ละคน
  • นำส่ง ภ.ง.ด.1ก – ทุกสิ้นปี ก่อนสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ของปีถัดไป เป็นเหมือนใบสรุปยอดรวมตลอด 12 เดือนของใบ ภ.ง.ด.1
  • ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย – ให้แก่พนักงานทุกสิ้นปี

สำหรับ ภ.ง.ด.3, 53

  • หัก ณ ที่จ่าย ทุกครั้งที่มีการจ่ายเงิน ให้แก่ผู้รับจ้าง
  • ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย – ให้แก่ผู้รับจ้าง โดยระบุรายละเอียดของผู้รับจ้าง จำนวนเงิน และประเภทของ ภ.ง.ด. ให้ถูกต้องตามมาตรฐานของกรมสรรพากร
  • นำส่งเอกสาร ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53  – ให้แก่กรมสรรพากร ภายใน 7 วันหลังสิ้นเดือน ซึ่งประกอบด้วย
  • ใบ ภ.ง.ด.3/ภ.ง.ด.53 – เป็นใบปะหน้า ที่ระบุรายละเอียด ทั้งในส่วนของ จำนวนใบแนบ เดือนที่นำส่ง ยอดรวมของภาษี ฯลฯ
  • ใบแนบ – คือการนำรายละเอียดของ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่ได้ออกให้ผู้รับเงิน ตลอดทั้งเดือนมากรอกแยกตามประเภท เพื่อแสดงรายละเอียด

แค่คิดตามก็ปวดหัวแล้วใช่ไหมครับ?

ผู้อ่านน่าจะพอเดาได้ว่า การเตรียมเอกสารภาษีหัก ณ ที่จ่ายด้วยมือ หรือแม้แต่การใช้ Excel ทำนั้นต้องการเวลามหาศาล และเต็มไปด้วยความเสี่ยง ทั้งการพิมพ์ผิด การคำนวณผิด หรือเอกสารตกหล่น ซึ่งจะทำให้โรงแรมเสียเวลา และอาจมีค่าปรับจากสรรพากรตามมา

ระบบ ACCSYS สามารถช่วยให้ท่าน

  • เตรียมเอกสาร ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ให้ครบถ้วน โดยอัตโนมัติ ตามมาตรฐานของกรมสรรพากร
  • พนักงานไม่ต้องเสียเวลาทำเอง ระบบดึงข้อมูลและคำนวณให้อัตโนมัติ
  • ส่งเอกสารให้กรมสรรพากรได้ทันที ผ่านระบบออนไลน์

ด้วยวิธีนี้ โรงแรมจึงสามารถลดภาระงาน ลดความผิดพลาด และมั่นใจได้ว่าการส่งภาษีจะถูกต้อง รวดเร็ว และทันเวลา

สรุป

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่โรงแรมทุกแห่งต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการยื่น ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 หากทำถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมาย ช่วยให้โรงแรมคำนวณต้นทุนจริงและวางแผนการเงินได้อย่างแม่นยำ

ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ACCSYS

ระบบบัญชี

แชร์

Scroll to Top