ท่ามกลางที่อุตสาหกรรมโรงแรมต้องแข่งขันด้วยความเร็วและข้อมูล การตัดสินใจอัปเกรดเทคโนโลยีจากระบบเซิร์ฟเวอร์ดั้งเดิม (On-Premise) ก้าวสู่ระบบ Cloud PMS (Cloud Property Management System) คือจุดชี้วัดความคล่องตัวของธุรกิจ แม้ระบบ On-Premise จะมีจุดเด่นเรื่องความเสถียรสำหรับการทำงานแบบออฟไลน์ แต่ Cloud PMS คือนวัตกรรมที่เข้ามาพลิกโฉมการบริหารโรงแรมด้วยการเข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์จากทุกที่ (Mobility) การเชื่อมต่อระบบอื่นๆ ไร้พรมแดน และช่วยลดต้นทุนการดูแลเซิร์ฟเวอร์ หากคุณกำลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย บทความนี้จะเจาะลึกว่าเหตุใด Cloud PMS จึงเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของ Front Office และขยายศักยภาพโรงแรมของคุณในยุคดิจิทัล
Cloud PMS คืออะไร ?
Cloud PMS (Property Management System) คือ ระบบบริหารจัดการโรงแรมที่ทำงานบนระบบคลาวด์ 100% อธิบายให้เห็นภาพง่าย ๆ เหมือนกับการใช้ Facebook หรือ Gmail ที่ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมลงในคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง แต่สามารถล็อกอินผ่าน Browser เพื่อใช้งานได้ทันทีจากทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือแม้แต่การ บริหารโรงแรมผ่านมือถือ จากต่างประเทศ
ระบบนี้จะทำหน้าที่เป็นหัวใจหลักในการจัดการจอง (Booking), การเช็กอิน-เช็กเอาต์, การจัดการแม่บ้าน ไปจนถึงการทำ Night Audit โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้บน Server มาตรฐานสากลที่มีความปลอดภัยสูง พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Channel Manager เพื่ออัปเดตราคาและสถานะห้องว่างไปยัง OTA แบบอัตโนมัติ
ระบบเก่า (On-Premise) vs ระบบใหม่ (PMS Cloud Hotel) ต่างกันอย่างไร ?
เพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น นี่คือข้อเปรียบเทียบจุดเด่นและข้อสังเกตของทั้งสองระบบ
On-Premise PMS (ระบบเซิร์ฟเวอร์เก่า):
ข้อดี:
- ควบคุมข้อมูลเอง 100% ไม่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตตลอดเวลา
- ถ้าใช้งานอย่างต่อเนื่อง ในระยะยาวถือว่าประหยัดงบมากกว่า
- เหมาะสำหรับโรงแรมที่ต้องการดูแลข้อมูลด้วยตัวเอง หรือโรงแรมบนเกาะหรือพื้นที่ที่สัญญาณเน็ตยังไม่เสถียร
ข้อเสีย:
- เข้าถึงข้อมูลได้ค่อนข้างยาก ถ้าอยู่นอกโรงแรม
- ต้องมีทีม IT หรือ Outsource คอยบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์
- ต้องสำรองข้อมูลอยู่เสมอ
- ต้นทุนค่าใช้จ่ายสูง ทั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ และค่าติดตั้งระบบ Network
PMS Cloud Hotel (ระบบคลาวด์):
ข้อดี:
- เข้าถึง Real-time ได้จากทุกที่
- อัปเดตอัตโนมัติ, ลดต้นทุน IT และฮาร์ดแวร์
- เชื่อมต่อ OTA / Channel Manager ง่าย
- สำรองข้อมูลอัตโนมัติ, Scalable ตามจำนวนห้อง
- มีความปลอดภัยของข้อมูลสูง
ข้อเสีย:
- อินเทอร์เน็ตต้องเสถียร (ปัญหาใหญ่ถ้าอยู่เกาะห่างไกลหรือพื้นที่สัญญาณอ่อน
- ถ้าโรงแรมใหญ่ ค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือรายปีอาจแพงกว่าในระยะยาว
5 สัญญาณช่วยตัดสินใจ หากอยากลองเปลี่ยนมาใช้ Cloud PMS
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบคลาวด์มักเกิดขึ้นเมื่อโรงแรมต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ และมองหาโอกาสในการพัฒนาธุรกิจในด้านต่าง ๆ ดังนี้
- ต้องการระบบที่ดูแลรักษาง่ายขึ้น: เมื่อคุณอยากลดภาระเรื่องการซ่อมบำรุงเซิร์ฟเวอร์ และเปลี่ยนไปโฟกัสที่การบริการลูกค้าอย่างเต็มที่
- เจ้าของอยากดูรายงานได้ทันที (Real-Time): เมื่อความต้องการข้อมูลยอดขายหรือสถานะห้องพักไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในออฟฟิศ แต่คุณอยากเข้าถึงได้ผ่านมือถือตลอด 24 ชม.
- มุ่งเน้นความปลอดภัยของข้อมูลในระดับสากล: เมื่อต้องการระบบสำรองข้อมูลอัตโนมัติที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเหตุไม่คาดฝันหรือมัลแวร์ต่าง ๆ
- ต้องการเชื่อมต่อ OTA อย่างเต็มรูปแบบ: เพื่อให้การรับจองจากทั่วโลกเป็นไปอย่างอัตโนมัติ ลดขั้นตอนการทำงานซ้ำซ้อนของพนักงาน
- มองหาแนวทาง ลดต้นทุน ITอย่างยั่งยืน: เมื่อต้องการเปลี่ยนงบลงทุนก้อนใหญ่ในการซื้อฮาร์ดแวร์ (CapEx) มาเป็นการจ่ายตามการใช้งานจริง (OpEx) ช่วยให้วางแผนงบประมาณได้แม่นยำและลดค่าใช้จ่ายในการจ้างเจ้าหน้าที่ดูแลระบบเฉพาะทาง
วิธีเลือก PMS Cloud Hotel ให้คุ้มค่าและปลอดภัยที่สุด
ตัวช่วยตัดสินใจก่อนซื้อระบบ Cloud PMS
- มีระบบ Night Audit อัตโนมัติ ลดภาระพนักงานกะดึก
- เชื่อมต่อ Channel Manager ได้ อัปเดตห้องว่างทุก OTA พร้อมกัน
- รองรับเอกสารตามกฎหมายไทย เช่น ใบ ร.ร.3, ใบ ร.ร.4, ตม.30 และใบกำกับภาษี
- มีทีม Support ภาษาไทย แก้ไขปัญหาได้ทันที ไม่ต้องรอแปลภาษา
- ความปลอดภัยของข้อมูล (Data Security) ระดับสูง มีการเข้ารหัสและ Backup อัตโนมัติ
- ทดลองใช้งานได้ก่อนตัดสินใจ ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
ทำไม FROMAS ถึงตอบโจทย์โรงแรมไทยได้ดีกว่า PMS ต่างชาติ ?
PMS ต่างชาติ มักไม่รองรับเอกสารราชการไทย และการแจ้งปัญหากับทีม Support อาจต้องสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษ แต่ FROMAS ออกแบบมาเพื่อโรงแรมไทยโดยเฉพาะ รองรับ ใบ ร.ร.3, ร.ร.4, ตม.30, ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ และมีทีม Support คนไทยพร้อมช่วยเหลือ 24/7

